วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556

นิทานส่งเสริมคุณธรรม พร้อมใบงาน


     
ลูกเป็ดขี้เหร่
...นิทานเรื่องนี้เขาต้องการเน้นถึงการผจญภัยและการเจริญเติบโตอย่างน่าสงสาร ของไข่หงส์ใบหนึ่งที่เคราะห์ร้ายพัดหลงเข้าไปอยู่ในเล้าเป็ดที่ไม่ใช่เผ่าพันธุ์ของมัน ผลเลยต้องกลายมาเป็น"ลูกเป็ดขี้เหร่ "อย่างที่ว่า.... ข้อคิดของนิทานเรื่องนี้ก็มีอยู่ว่า... แม้จะอ่อนแอมากมายเพียงใด ถ้าเชื่อในอำนาจของพระเจ้า
จงอย่าท้อถอย...มีชีวิต อยู่ให้จงได้ แล้วสักวันความสุขก็จะมาถึง....เชื่อสิ...
      ภูมิทัศน์ชนบทเป็นภาพที่สวยงามยิ่งนัก     ขณะนี้กำลังย่างจะเข้าฤดูร้อน ข้าวสาลีก็กำลังออกรวงเหลืองอร่าม แสงแดดสาดส่องบ้านหลังเก่าแสน สวยที่มีคูลึกล้อมรอบจากกำแพงลึกลงไปในน้ำ และที่กอไม้นี้เองได้มี แม่เป็ดนั่งกกไข่อยู่ในรังของมัน ซึ่งไข่พวกนี้ก็ถึงเวลาที่จะแตกออกมา เป็นเป็ดตัวน้อย ๆ และวันนี้แม่เป็ดคิดว่าน่าจะกกพอแล้ว เพราะก็กกมานาน มาก จนไม่ค่อยจะมีใครคิดที่จะมาหา เพราะเป็ดตัวอื่น ๆ นั้นมักชอบที่จะไปว่ายน้ำเล่น มากกว่าที่จะเข้ามาคุยกับแม่เป็ดนั่นเอง...
ในที่สุดไข่เป็ดก็แตกฟองออกมาเป็นลูกเป็ด ตัวน้อยที่น่ารัก " จิ๊บ จิ๊บ " ลูกเป็ดส่งเสียงร้องเมื่อพวกมันได้โผล่หัวออกมาจากไข่
" ก้าบ ก้าบ ก้าบ " แม่เป็ดร้อง ลูกเป็ด ทั้งฝูงก็ร้องเลียนแบบขานรับ ก้าบ ก้าบ แล้วมองไปรอบๆอย่างตกใจ "โอ..โลกภายนอกช่างใหญ่โตเสียจริง ! " ลูกเป็ดพากันร้องขึ้น เพราะ เพิ่งได้เห็นที่ว่างมากกว่าเมื่อเวลาที่พวกมันอยู่ในเปลือกไข่เป็นไหน ๆ
" ลูกคิดว่าโลกทั้งโลก มีเพียงเท่านี้หรือจ๊ะ " แม่เป็ดถามด้วยความเอ็นดู
" มันกว้างไกลไปจน ถึงท้าย สวนโน่นแน่ะ แต่แม่เองยังไปไม่ถึงหรอกนะจ๊ะ เอาหละ มาครบทุกตัวแล้ว ใช่ไหม ? " พูดพลางแม่เป็ดก็ลุกขึ้น " แต่ว่าลูกแม่ยังออกมาไม่หมดนี่ ไข่ใบโต ที่สุดยังไม่แตกอีกแน่ะ แล้วจะมานอนนานแค่ไหนกันนะ แม่ชักจะเหนื่อยแล้วนา "

วันต่อมาเป็นวันที่อากาศดีเหลือเกิน พระอาทิตย์สาดส่องแสงจ้าสว่างไสว แม่เป็ดจึงพาลูก ๆ มายังริมบึง นางกระโดดลงน้ำเสียงดัง " ตูม " นำหน้าลูก ๆ พลางร้องเรียก" ก้าบ ก้าบ " ลูกเป็ดแต่ละตัวต่างกระโดดลงน้ำมันจมหัวลงน้ำ แล้วโผล่ขึ้นมาใหม่ ทุกตัวลอยคอว่ายอย่างสวยงาม ต่างใช้เท้ากระพุ้งน้ำเล่นอย่าง สบายใจ และแม้แต่เจ้าลูกเป็ดขี้เหร่สีเทาตัวนั้นก็ยังลงเล่นว่ายน้ำด้วย
" นั่นมัน ไม่ใช่ลูกไก่งวงนี่นา " แม่เป็ดพูด
" ลองดูการใช้ขาตีน้ำสิ ทำได้ดี๊ดี การทรงตัว ก็แสนจะสง่า นั่นแหละลูกในอกเชียวนะนี่ ความจริงถ้าดูให้ดีก็หล่อไม่ใช่เล่น เหมือนกัน
ก้าบ...ก้าบ...ไหนลูกมานี่ซิ แม่จะพาไปเที่ยวยังโลกภายนอก แล้วจะ พาลูกไปที่เล้าเป็ด แต่ลูกต้องคอยอยู่ใกล้ ๆ แม่นะจ๊ะ จะได้ไม่โดนเหยียบเอา และก็จะไม่ถูกพวกแมวคาบเอาไปกินด้วย "

" ปล่อยลูกฉันนะ "
แม่เป็ดร้องห้าม
" เขาไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนสักหน่อย "
" ถูกแล้วย่ะ แต่มันตัวใหญ่เกินไป แล้วก็ดูประหลาดพิลึก" เป็ดตัว ที่เข้าไปจิกแก้ตัว
" ฉันเลยต้องไล่มันไปให้พ้น "
" ก็ไอ้ ลูกตัวอื่น ๆ มันน่ารัก ทั้งน้าน "
พ่อเฒ่าเป็ดตัวหนึ่งพูด " เขาน่ารัก กันทุกตัว ยกเว้นตัวนั้นตัวเดียว มันผิดใครเขา ฉันอยากให้เธอปรับปรุงแก้ไขเขาให้ ดีขึ้นสักหน่อยนะ "
" มันคงเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ พ่อเฒ่า " แม่เป็ด อุทธรณ์ " แม้ว่าเขาจะไม่หล่อ แต่เขาก็ว่ายน้ำได้ดีเหมือนลูกตัวอื่น ๆ เออ ฉันพอจะกล้าพูดได้ว่าดีกว่าตัวอื่นอยู่สักหน่อยเสียด้วย ฉัน เชื่อว่าโตขึ้นเขาคงจะ สวยกว่านี้ อาจจะตัวเล็กลงสักหน่อย เขาคงอยู่ในไข่นานเกินไป เลยรูปร่างออกมา ไม่ได้สัดส่วน " แม่เป็ดพูดแก้ตัวให้ แต่พ่อเฒ่าเป็ดดูไม่ได้ใส่ใจฟังสักเท่าไหร่ มันหันไปจิกปลาไหลเอามาป้อนลูกเป็ดตัวอื่น ๆอย่างเอ็นดู ยกเว้นลูกเป็ดขี้เหร่ ที่น่าสงสารตัวเดียว...ที่ต้องยืนหลบคิดเสียใจอยู่ตัวเดียว

ลูกเป็ดขี้เหร่อาภัพที่ออกจากไข่มาหลังสุดนี่สิ ขี่เหร่เหลือใจ ทั้งถูกจิก ถูกผลัก และถูกค่อนแคะจากพวกเป็ดไก่ทั้งหลาย
"มันตัวโตเกินไป" ทุกตัวพูด ลูกเป็ดที่น่าสงสารไม่รู้จะหันหน้าไปหาใคร มันเวทนาตัวเองเป็นที่สุด ที่มัน ช่างตัวโตน่าเกลียดจนกลายเป็นตัวตลกสำหรับใคร ๆ ในลานเป็ดไปโดยปริยาย วันแรกก็ยังไม่เท่าไหร่ แต่วันต่อ ๆ ไปก็ยิ่งร้ายขึ้นทุกที ทุกตัวตามล่าลูกเป็ด ที่น่าสงสาร แม้กระทั่งพวกพี่ ๆ ของมันเองก็ข่มขู่มัน พากันพูดตลอดเวลา ว่า " ขอให้แมวมันคาบเอาไปกินเสียเถิด...เจ้าตัวยุ่ง " และในที่สุดแม้แต่แม่ของมันเอง ก็ยังพูดว่า " ไปให้พ้นหูพ้นตาฉัน เถิดไป๊"
เป็ดก็ไล่จิกมัน ไก่ก็ไล่ตีมัน และแม้แต่ เด็กเลี้ยงเป็ดไก่ก็ยังจะเตะมันเล่นอีกเสียด้วย...


ลูกเป็ดขี่เหร่อาภัพ สุดที่จะทนต่อไปได้อีกแล้ว มันตัดสินใจเดินหนี โดยเดินข้ามแนวป่าไป ทำให้พวกนกเล็ก ๆ ในพุ่มไม้ถึงกับตกใจผวา " พวก เขา ตกใจเพราะฉันขี้ริ้วขี้เหร่นี่เอง " ลูกเป็ดหลับตาลงทั้ง ๆ ที่กำลังวิ่งหนี.. มันวิ่งและวิ่งมาจนถึงบึงใหญ่บึงหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะมีพวกเป็ดป่าอาศัยอยู่ และนอนอยู่ที่นั่นตลอดทั้งคืนด้วยความเหน็ดเหนื่อยและเศร้าโศกเสียใจ กับชีวิตอันน่าท้อแท้นี้ยิ่งนัก

ในรุ่งเช้าเมื่อฝูงเป็ดป่าตื่นขึ้นมา พวกมันต่างกรูกันเข้ามาดูสมาชิกใหม่
" เธอเป็นเป็ด พันธุ์ไหนกันล่ะฮึ " ต่างพากันเอ่ยปากถาม ลูกเป็ดหันมองไปที่เป็ดตัวโน้นทีตัวนี้ที เป็นการทักทายอย่างสุภาพที่สุด
" แกนี่มันน่าเกลียดพิลึก " เป็ดป่าเอ่ยปาก
" แต่ก็ ไม่ต่างไปจากพวกเรานักหรอก แต่อย่าเผลอมาแต่งงานกับพวกเราได้เป็นพอ "
น่าสงสาร เพราะลูกเป็ดขี้เหร่ไม่ได้นึกถึงเรื่องแต่งงานเลยสักนิด สิ่งที่ปรารถนาสูงสุด ขณะนี้หรือก็คือ ขอให้มีฝูงอยู่ มีที่นอนที่กินและอยู่ใกล้ๆกับแหล่งน้ำเพียงเท่านั้นก็เป็น พอสำหรับชีวิตอันน่าสงสารนี้

แต่แล้วพออยู่ที่นั่นได้แค่สองสามวันอยู่ ๆ ก็เกิดเสียงดัง
" ปัง ! ปัง ! " เป็นเสียงปืนดังแหวกอากาศมาเหนือหัว แล้วเป็ดป่าตัวหนึ่งก็ตกลง มานอนสลบแน่นิ่งอยู่ในบึง..มันตายทันที ทำให้น้ำในบึงมีสีแดงไปด้วยเลือด ปัง ! ปัง ! เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง แล้วตามมาติด ๆ อีกสองนัด ทำให้ฝูงเป็ดป่าบินหนีแตกฝูงกัน ให้จ้าละหวั่น ต่อมาก็มีเสียงดังไล่หลังมาอีก ทีนี้เป็นการล่าสัตว์ครั้งยิ่งใหญ่ด้วยบรรดานักล่า สัตว์ทั้งหลาย ซึ่งเริ่มขึ้นแล้ว... เล่าสุนัขล่าเนื้อพากันวิ่งเห่ากรรโชกลุยน้ำอยู่ในโคลน จ๋อม จ๋อม พงอ้อป่ากกถูกแหวกราบออกเป็นทาง ลูกเป็ดขี้เหร่ที่น่าสงสารตกใจกลัวจนตัวสั่น มันเอาหัวซุกลงที่ใต้ปีก ด้วยความ หวาดกลัวในขณะที่ มันต้องเผชิญหน้ากับสุนัขตัวใหญ่ที่มี ดวงตาวาวดูน่ากลัวยิ่งนัก มันแยกเขี้ยว หมายจะ ขย้ำหัวของลูกเป็ดขี้เหร่ แต่เจ้าสุนัขล่าเนื้อตัวนั้นเมื่อมองเห็นว่าเป็นแค่ลูกเป็ดมันก็ก้าวย่ำลงโคลน จ๋อม...ผ่านเลยไป โดยไม่ได้แตะต้องอะไรลูกเป็ดตัวน้อย แล้วมันก็วิ่งไปหาเจ้านายของมัน " โอ้ สวรรค์โปรด ! " ลูกเป็ดถอนหายใจอย่างโล่งอก
" นี่ฉันมันคง น่าเกลียดเอาการ แม้แต่หมามันยังไม่อยากจะกัดฉันเลย " ลูกเป็ดที่น่าสงสารนอน คิดนิ่งเงียบ


กระทั่งสายจึงเงียบเสียง ถึงกระนั้น ลูกเป็ดที่น่าสงสาร ก็ยังไม่กล้าลุกขึ้นมันซุ่มตัวเงียบไม่ กล้าไหวติงอยู่เป็นเวลานานหลาย ชั่วโมง จากนั้นจึงค่อย ๆ เหลียวมองไปรอบ ๆ กาย แล้วรีบโผวิ่งออกจากบึงแห่งนั้นอย่างเร็วที่สุดเท่าที่มันจะทำได้ มันวิ่งผ่านทุ่งไร่และ พงหญ้า ขณะที่มีลมแรกกระโชกมา เย็นวันนั้นลูกเป็ดขี้เหร่เดินมาจนถึงบ้านเก่าๆ หลังหนึ่ง มันโซเซด้วยความเหนื่อยล้าจนไม่รู้ว่าจะล้มลงไปทางไหนดี จึงยืนอยู่นิ่ง พายุยังคงพัดกระหน่ำ ลูกเป็ดถึงกับทรุดลงนั่งเพื่อไม่ให้ถูกลมพัดปลิวไปทางไหน สักพักด้วยความหนาวจนสุดจะทนมันตัดสินใจเคาะประตูบ้านหลังนั้น " ป๊อก ป๊อก ป๊อก" ในบ้านมีหญิงชราคนหนึ่งอาศัยอยู่กับแมวและแม่ไก่อย่างละหนึ่งตัว แมวนั่นเป็นแมว ที่ขี้โมโหเพราะส่วนมากมักจะอารมย์ไม่ค่อยดี อยู่เสมอ ๆ มันจะโก่งหลังขึ้นสูงแล้ว ส่งเสียงขู่ สำหรับแม่ไก่จะมีขาเล็กสั้น หญิงชราจึงตั้งชื่อให้มันว่า " แม่ไก่ขาสั้น " ไก่ตัวนี้ จะออกไข่ได้มาก เป็นที่โปรดปรานของเจ้าของบ้านราวกับเป็นลูกก็ไม่ปานเลยทีเดียว หญิงชราเจ้าของบ้านด้วยสายตาของนางไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่นัก จึงมองเห็นลูกเป็ดขี้เหร่เป็นเพียงเป็ดตัวอ้วน ๆ ตัวหนึ่งที่บินหลงทางมา
" เอ้าหลงมาจากไหน เล่านี่ ข้างนอกนะหนาวมากสินะ เข้ามาข้างในนี่ได้เลย " ลูกเป็ดจึงค่อย ๆเดินเข้ามาข้างใน บ้านอย่างว่าง่าย ในตอนเช้า แมวนั้นส่งเสียงขู่ ไก่ก็จะร้องกระต๊าก " อะไรกันนั่น " หญิงชราเอ่ยถาม พลางเหลียวมองไปรอบห้อง " ขู่เขาทำไม นั่นละของดี " นางกล่าว
" คราวนี้ละฉัน จะได้ไข่เป็ดบ้าง หวังว่าคงไม่ใช่ตัวผู้น่ะนา แต่ต้องลองดูกันก่อน " แมวซึ่งทำตัวเป็น นายผู้ชายของบ้าน และไก่นั้นก็ทำตัวเป็นนายผู้หญิงของบ้าน
" นี่แก ออกไข่ได้ไหมล่ะ " แม่ไก่ถาม " ไม่ได้ครับ " " ออกไม่ได้ก็หุบปากของแกซะ...ฮึ " แมวจึงเอ่ยปากถามมา บ้างว่า " นี่แกโก่งหลังทำ เสียงขู่และกางกรงเล็บได้ไหม " " ไม่ได้ครับ "
" งั้นก็เก็บความเห็นของแกไว้เมื่อผู้ที่ฉลาดกำลังพูด เข้าใจไหม ! " ลูกเป็ดขี้เหร่จึง ได้แต่ไป หลบมุมนั่งฟังด้วยความหดหู่ พลางคิดถึงอากาศที่สดชื่นและแสงแดดอันอบอุ่น ลูกเป็ดได้รับการทดลองให้อยู่ด้วยได้แต่โดยที่มันจะต้องออกไข่ออกมาให้ได้ และปรากฏว่ามันไม่สามารถไข่ออกมาได้
" แล้วเป็นอะไร ไปอีกล่ะนั่น ยังออกไข่ออกมาไม่ได้หรือไง?? " แม่ไก่ถาม
" ผมคิดว่าผมจะลองออกไปสู่โลกกว้างน่าจะดีกว่า แล้วผมก็เสียใจด้วยอย่างมากที่ ไม่สามารถที่จะออกไข่ออกมาให้หญิงชรา ได้ " ลูกเป็ดเปิดใจ " งั้นก็ลองดูสิ " แม่ ไก่เสริม ลูกเป็ดขี้เหร่เลยตัดสินใจจากเพื่อไปสู่โลกกว้างที่ว้าเหว่อีกครั้ง

ฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้กลายสีเป็นสีทองและน้ำตาลตลอดทั้งราวป่า เมฆทุกก้อนดูจะอุ้ม น้ำหนักที่อวลไปด้วยลูกเห็บและหิมะ เจ้าเป็ดที่น่าสงสารรู้สึกเศร้าอย่างยิ่ง เพราะมัน ต้องอยู่ตัวเดียว และว้าเหว่ ในเย็นวันหนึ่งขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ฝูงนก ที่สวยงามกำลังออกจาก พุ่มไม้ ลูกเป็ดไม่เคยเห็นนกไหนจะสวยเท่านี้มาก่อน พวกนก เหล่านั้นคือหงส์ แต่ละตัวสวยสง่า สีขาวนวล ขนเป็นเงามันวาว วับ มีคอยาวนุ่มนวลยาม ส่งเสียงร้องฟังแล้วประหลาดนัก แต่ละตัวจะกางปีกกว้าง บินจากท้องทุ่งอันหนาวเย็น ไปยังดินแดน อันอบอุ่นและท้องทะเลกว้าง บรรดาฝูงหงส์ต่างบินสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ในอากาศ สูงจนเป็ดน้อยฉงน มันพยายามชูคอสูงให้สูงขึ้นไปในอากาศตามอย่างนกสวยฝูงนั้นพยายามเปล่งเสียงประหลาด ๆออกมาที่ฟังแล้วแม้แต่ตัวเอง ยังตระหนกเขาจะไม่มีวัน ลืมนกฝูงนั้นเป็นอันขาดเพราะพวกเขาดูช่างมีความสุขอย่างเหลือเกิน

เมื่อนกสวยเหล่านั้นบินไปจนลับสายตา ลูกเป็ดขี้เหร่ดำลึกลงไปใต้น้ำ ผุดขึ้นมาอีกทีก็ไม่เห็นใครนอกจากตัวเอง เขาไม่รู้ว่านกพวกนั้นชื่ออะไร และพากันบินไปที่แห่ง ไหน นึกชอบนกพวก นั้นขึ้นมาครามครันอย่างไม่เคยรู้สึกชอบนกพันธุ์ใดได้มากเท่านี้มาก่อน เขาเองวาดหวังไว้ลึก ๆ บ้างว่าอยากให้ตัวเองน่ารักอย่างนั้นบ้าง และเขา ก็คงสุขไม่น้อยหากพวกเป็ดใจกว้างยอม รับเขาได้ท่ามกลางหมู่เป็ดด้วยกัน อนิจจาลูกเป็ดขี้เหร่เอ๋ย... ฤดูหนาวช่างหนาวเหลือเกิน ลูกเป็ดจำใจต้องเคลื่อนไหวด้วยการ ว่ายน้ำเพื่อ ไม่ให้แข็งเป็นน้ำแข็ง ทว่าแต่ละคืน บริเวณที่เขาใช้ว่ายน้ำดูเหมือนจะแคบลง ๆ ทุกที ครั้นพอนาน ๆเข้ามันก็เหนื่อยล้า ได้แต่หยุดอยู่นิ่ง ๆ และจับตัวเย็นแข็งทื่ออยู่บนแผ่นน้ำแข็งนั้น โอ้ พระเจ้า..เขาจะต้องตายด้วยหรือนี่! แต่เหมือนพระเจ้าได้เอื้อมมือเข้ามาช่วย เพราะในรุ่งเช้าได้มีคนตัดไม้คนหนึ่งเผอิญเดิน ผ่านมาทางนั้น เขานึกสงสารจึงไปกระทุ้งให้น้ำแข็งแตกด้วยรองเท้าไม้ แล้วอุ้มเอาลูกเป็ดที่น่าสงสารกลับไปให้เมียของเขาที่บ้าน


และจึงด้วยเหตุนี้ที่ทำให้ลูกเป็ดขี้เหร่รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด เด็ก ๆ ที่เป็นลูก ๆ ของคนตัดไม้ผู้นั้นชอบเข้ามาเล่นกับลูกเป็ดเพราะนึกเอ็นดูมัน แต่ลูกเป็ดกลับคิดว่า พวกเด็กๆจะเข้ามา ทำร้าย จึงตกใจถลาบินไปจากจานนม เป็นผลทำให้อาหารบนโต๊ะตกลงมาหกกระจายไปทั่วห้อง ภรรยาของเจ้าของบ้านเห็นเข้าก็ร้องเสียง ดังพลางโบกมือไล่ ลูกเป็ดรีบบิน แต่บินหลง เข้าไปในหม้อเนย และลื่นตกลงไปในถังแป้งอีก อุแม่เจ้า ! ดูสารรูปลูกเป็ดแล้ว หญิงเจ้า ของบ้านกรีดเสียงร้องพลางเอาไม้กวาดไล่ตีมัน เด็ก ๆ ก็กรูกันเข้ามาเพื่อจะช่วยกันจับด้วย ความสนุกสนานและโกลาหน โชคดีที่ประตูเปิดกว้าง เอาไว้ ลูกเป็ดจึงได้โอกาสบินหนีไปสู่ภายนอกได้อย่างรวดเร็ว

มันได้หนีไปซ่อนตัวอยู่ในโพรงเล็ก ๆที่ดูเหมือนว่าจะเป็นโพรงของพวกหนู และนอนนิ่งราวกับตาย อยู่ในที่ตรงนั้น เป็นเรื่องเศร้าเหลือเกินที่จะบรรยายถึงความทุกข์ทรมานของฤดูหนาว อันแสนหนาวเย็นที่ลูกเป็ดตัวน้อยที่น่าสงสารได้พบพาน... มันตัดสินใจอาศัยใช้ชีวิตของมันอยู่ในโพรงของพวกหนูกลางพงต้นอ้อ ติดธารน้ำนั่นเอง ในทุกๆวันของเวลากลางวัน มันจะออกไปหากินสาหร่าย จับพวกหอยปูปลากินประทังชีวิต และจะใช้ใบไม้แห้งกำบังตัวของมันไว้ เพื่อช่วยให้หายหนาวในเวลากลางคืน และในบางครั้งก็ได้อาศัยพวกหนูเจ้าของ โพรงช่วยแบ่งปันอาหารให้ เพื่อเพียงไม่ให้ต้องตายไปวัน ๆ เพื่อหวังและรอคอย ให้ถึงฤดูใบไม้ผลิที่จะมาเยือนอีกครั้งอย่างอดทน....

และแล้วเมื่อหิมะละลายหายไป แสงแดดกลับมาเยือนอีกครั้งในฤดูใบไม้ผลิ โลกกลับสวยงามขึ้นมาอีกครั้ง นาทีนั้นลูกเป็ดขี้เหร่ยกปีกกระพือขึ้น รู้สึกว่ามัน กลับมีพลังมากกว่าก่อน
มีแรงบินไปได้ ไกลไปถึงที่ไหน ๆและ กว่าที่เขาจะรู้สึกตัว ก็บินมาถึงสวน
ขนาดใหญ่ ที่ซึ่งแอ็ปเปิ้ล ออกดอกบานเต็มต้น ดอกไลแลคส่งกลิ่นหอม โน้มกิ่งสีเขียวของมันให้ย้อยไปบนลำธารน้ำที่คดเคี้ยว อากาศในฤดูใบไม้ผลิช่างสดชื่น และข้างหน้านั้นเองมีหงส์สวยงามสามตัวกำลังไซ้ ขนลอยละล่องอยู่บนผิวน้ำอย่างนุ่มนวลชวน ลูกเป็ดจำภาพหมู่นกที่สวยงามนั้นได้ ไม่ลืมเลือน มันเต็มไปด้วยความรู้สึกเศร้าอย่างประหลาด " ฉันจะลองบินเข้าไปหาพวกเขา นกผู้สูงศักดิ์เหล่านั้น หากเขาจะจิกให้ตาย ก็จะยอม เพราะฉันน่าเกลียดนัก แต่ยังกล้า เข้าไปใกล้พวกเขาอีก แต่ไม่เป็น ไรหรอก ถูกนกพวกนี้ฆ่าตายเสียยังดีกว่าอยู่อย่างขมขื่น ให้ฝูงเป็ดมาเย้ยไยไพ หรือปล่อย ให้แม่ไก่จิก แถมยังถูกเด็กเลี้ยงไก่ทุบตีเอาอีก หรือไม่ก็อยู่อย่าง ทรมานในหน้าหนาว "


คิดดังนั้นเป็ดน้อยก็บินลงไปในน้ำ ว่ายตรงไปยังฝูงหงส์อันสวยงามนั้น เมื่อหงส์ พวกนั้นหันมาเห็น ต่างก็รีบว่ายน้ำเข้ามาหาแล้วไซ้ขนให้ " ฆ่าผมให้ตายเถอะครับ " เจ้าสัตว์ที่น่าสงสารครวญคราง พลางก้มหัวไปยังผิวน้ำเพื่อรอความตาย แต่นั่นอะไรนั่น ที่ปรากฏ แก่สายตาของเขาในเงาน้ำ ในน้ำนั้นสะท้อนเงาของตัวเอง แต่มันกลับไม่ใช่ ตัวเขาที่เคยเงอะงะ ตัวเขาที่เคยมีขนสีเทาๆ ช่างน่า เกลียดและน่าขมขื่นอะไรอย่างนั้น เขาเองก็คือ "หงส์" เหมือนกัน " เกิดมาในเล้าเป็ดก็ไม่เป็นไร หากไข่ ที่วางอยู่นั้นเป็นไข่หงส์" เป็ดน้อยรู้สึกสุขใจกับความทุกข์ยากลำบากที่เคยพานพบมา ในอดีต และเมื่อได้มาลิ้มรส แห่งความสุขและความงามที่ต้อนรับอยู่นี้ก็ยิ่งสุขใจมากขึ้น และแล้วหงส์สวยงามทั้งฝูงต่าง ว่ายน้ำมาราย รอบเขาเอาไว้ และไซ้เขาด้วยจะงอยปาก


เด็ก ๆ ที่เข้ามาเที่ยวในสวน โยนขนมปังและเมล็ดพืชให้ เด็กคนเล็กที่สุด ตะโกนบอก
" ดูนั่น...สมาชิกใหม่ ! " เด็กคนอื่น ๆ ได้ยินต่างก็รุมล้อมเข้ามาดู อย่างดีใจ " ใช่แล้วสมาชิกใหม่ ! " แล้วเด็ก ๆ ก็พากันตบมือเต้นไปรอบ ๆ และ วิ่งไปเล่าให้พ่อแม่ฟัง บรรดาฝูงหงส์ต่างได้กินขนมเค็กและขนมปังมากมายที่ พวกเด็ก ๆ พากันโยนลงมาให้ในน้ำพลางพูดว่า " ตัวใหม่สวยที่สุดเลย ทั้งหนุ่ม ทั้งน่ารัก " บรรดาหงส์ที่มีอายุมากต่างก้มหัวให้กับเขา หงส์หนุ่มรู้สึกเขินจนต้อง ซุกหัวซ่อนไว้ใต้ปีก อย่างไม่รู้เหตุผลว่า เป็นเพราะด้วยเหตุใด เขารู้เพียงว่าเขามี ความสุขมาก แต่กลับไม่รู้สึกว่ามีความเย่อหยิ่งอยู่ในใจแต่อย่างใด ผู้มีจิตใจงดงาม จะต้องไม่รู้สึกหยิ่งยโส เขาครุ่นคิดถึงยามที่ถูกกลั่นแกล้งและได้รับการเย้ยหยัน แต่ตอนนี้เสียงที่ได้ยินกลับเป็นว่าเขาสวยที่สุด ที่สุดกว่าหงส์ทั้งหลาย พระอาทิตย์ ก็ส่องแสงต้อนรับ เขากระพือขน ชูคอระหง และจากส่วนลึกของหัวใจเหมือนดัง จะบอกว่า " เมื่อครั้งยังเป็นลูกเป็ดขี้เหร่อยู่นั้น ผมไม่เคยนึกฝันเลยว่าจะมีความสุข ได้ถึงเพียงนี้ ! "


 ใบงาน